Oh Ka's profile^v^Oh^v^KaPhotosBlogListsMore Tools Help

^v^Oh^v^Ka

July 30

Love is all around

 
ไม่เคยรู้เลย ว่าเพราะเหตุใด
ทำไมฉันจึงรู้สึกอย่างนี้
ทุกสิ่งช่างสวยงามและดูเหมือนจะมี
อะไรที่เป็นพิเศษ

ฉัน อยากจะรู้จริงๆ ว่าสิ่งนั้น
เกิดกับฉันจริงๆ ไม่ใช่ฝัน
ไม่ได้ฝันกลางวัน
ที่เธอมายืนอยู่ตรงนี้
จับมือมองตาฉันตอนนี้

เพราะทุกนาทีที่มีเธออยู่ข้างกาย
ดูเหมือนทุกอย่างช่างมีคุณค่า
และมีความหมาย
ให้ชีวิตฉัน เป็นดังความฝันที่สดใส

หัวใจล่องลอยทุกครั้งที่ฟังเสียงเธอ
และเสียงของเธอก็ช่างอบอุ่น
จนใจฉันอ่อนไหว
ช่วยบีบมือของฉัน
แล้วบอกว่าวันนี้ไม่ได้ฝันไป
อยากจะรู้จัง ว่าเพราะเหตุใด
ทำไมฉันจึงรู้สึกอย่างนี้
ทุกสิ่งช่างสวยงาม และดูเหมือนจะมี
อะไรที่เป็นพิเศษ
 

 

หลังจากที่หัวใจยิ้มได้อีกครั้งแล้ว ก็รู้สึกว่า "ความรัก" มันช่างดีอย่างนี้เอง ทำให้โลกที่สีหม่น กลายเป็นสว่างได้

การมีคนมาคอยห่วงใย ถามไถ่กันว่า วันนี้เป็นไงบ้าง เจอะเจออะไรกันมา สู้ ๆ นะ

ไม่ได้หวังว่า ความรู้สึกอย่างนี้จะอยู่ตลอดไป แต่อย่างน้อย ถ้าวันข้างหน้า ในวันที่มองโลกแล้วมันสีซีด

ก็จะได้รู้ว่า โลกที่สว่างนั้น หน้าตามันเป็นยังไง

 

 

   นีซ (Niece) - บีบมือ

June 27

เก็บมาอมยิ้ม

Loveอมยิ้ม

มีเรื่องราวหลายหลากที่ผ่านเข้ามา หลาย ๆ เรื่องก็คงทำให้อมยิ้มได้เสมอ ๆ

ครั้งนี้ก็คงเป็นอีกเรื่องที่ ที่สามารถเก็บมา อมยิ้ม

ยังไม่รู้ว่าจุดสิ้นสุดจะเร็วแค่ไหน แต่ในวันนี้ เรายังรู้สึกยิ้มให้กับมันได้

ก็ควรเก็บเอาไว้เป็นกำลังใจ ว่า "วันหนึ่ง หัวใจก็เคยยิ้มนะ"

November 05

Forturner

รถในฝัน

ใช่แล้วค่ะ มันคือรถในฝัน แต่ใครจะคิดล่ะ ว่า วันนี้ฉันได้นั่งมันแล้ว......

ขอขอบคุณเจ้าของรถนะค่ะ ที่บังเอิญที่ขับมาและให้ผู้หญิงตัวเล็ก ๆ นั่งมาด้วยถึงแม้จะ 10 นาทีก็ตาม

ดีใจละน่า อย่างน้อยก็มีเรื่องดี ๆ ให้อมยิ้มใน 1 วัน

ชีวิตมันก็ไม่ได้มีเรื่องเครียดเสมอไปนิเนอะ... 

 

September 30

กระเพาะอักเสบ

         วันหยุดสุดสัปดาห์ของคนอื่น ๆ ก็คงจะเป็นการกินข้าว ดูหนัง เดินเล่นตามห้างสรรพสินค้า
แต่ 2 - 3 เดือนที่ผ่านมา วันหยุดของฉันกลายเป็นการเดินเข้าออกโรงพยาบาล หาหมอที 2 คน
อาการเจ็บป่วยเรื้อรังจนถึงอาทิตย์นี้ที่ต้อง เปลี่ยนที่พักผ่อน ไปพักผ่อนในโรงพยาบาล
         เคยมีคนเคยเล่าให้ฉ้นฟังว่า สถานที่ที่เหมาะที่สุดกับการพักผ่อนเวลาเครียด ๆ นอกจากจะเป็นทะเล
หรือ ภูเขา ตามแต่ละความชอบส่วนตัว ก็คือเนี่ยแหละ โรงพยาบาล
        แต่การเข้าโรงพยาบาลครั้งนี้ก็บทนำด้วยการเจ็บตัวก่อนอันดับแรก คือการส่องกล้องลงไปในกระเพาะอาหาร
ตอนแรกเนี่ยได้ยินมาจากเพื่อน จากพี่ ว่าที่โรงพยาบาลอื่น ว่าการส่องกล้องเนียน่ะ วางยาสลบ ไอ้เราในใจก็ดีใจ
ไปแล้วว่ายังไง ฉันไม่เจ็บแน่ เลยนัดแนะเพื่อนสาวขอให้มานอนเป็นเพื่อน เพราะกลัวว่าอาจจะแพ้ยาสลบ
        ด้วยความที่เราคุยกับหมอว่าถ้าจะมาทำเนี่ยต้องอดข้าวมาตั้งแต่ตอนเที่ยง พอมาถึงคุณหมอใจดีของเรา
ก็จัดการส่งตัวส่องกล้อง พร้อมกับการส่ง admit จะได้เบิกประกันได้ แต่คุณหมอบอกว่าที่นี่ไม่วางยาสลบนะ
แหมเราก็ จ๊าก ๆ ๆ ก็เลยต้องตกกระไดพลอยโจน เขาก็พาเราไปถึงห้องส่องกล้อง ภายในห้องก็เหมือนกับ
ห้องผ่าตัดเล็ก ๆ มีเจ้าหน้าที่ใส่ชุดสีเขียวอยู่สองท่าน ให้เรานอนรอ ก็เหลือบไปเห็นเครื่องมือ ใจยังไม่เสียเท่าไหร่
คิดว่า คงไม่หนักหนาน่า แต่พอเหลือบไปเห็นเขาเช็คกล้องเท่านั้นแหละ แทบจะกระโดดออกไปนอกห้อง
ก็ไอ้เจ้ากล้องเนี่ยมันเป็นสายยาว ๆ เส้นผ่าศูนย์กลางเกือบ 1.5 CM. แล้วต้องเอาไอ้เจ้านี่เข้าไปในคอ หล่นไปกระเพาะเนี่ยน่ะ
         คุณเจ้าหน้าที่ก็ไม่รอช้ารีบให้กลืนยาชา เผ็ด ๆ ลงไป 3 รอบ แล้วให้นอนตะแคง ไอ้เจ้ายาชาก็หล่นไปตรงเฉพาะที่
นอนตะแคง พอคุณหมอส่องกล้องลงไปดันไปโดนอีกข้างหนึ่ง มันก็เจ็บสิเพค่ะ ด้วยปกติของคนเราน่ะ อะไรแปลกปลอม
เข้าไปในคอมันก็จะมการต่อต้านก็จะอ๊อค ออกมา คุณหมอพยายามใส่ไปทั้ง 3 ครั้ง มันก็หลุดทั้ง 3 ครั้ง
         แต่คุณหมอผู้ใจดีของเราก็ไม่ละความพยายาม ครั้งที่ 4 นั่นแหละถึงใส่ได้ ครั้งนี้น่ะ เพราะท่องบทสวดมนต์
เอาไว้ คงทำให้สงบนึ่งไม่ดิ้นรน ไม่พยายามต่อต้าน เลยสำเร็จ แต่ตอนที่ส่องกล้องคุณหมอกำลังตรวจอยู่นั้น
มันทรมานซะ แบบไม่รู้จะบรรยายไงนะ ระหว่างนั้นคุณเจ้าหน้าที่ก็สะเพร่าดันทำน้ำอะไรก็ไม่รู้โดนหน้า คิดว่าไม่มีอะไร
แต่มันมีอะไรเนี่ยสิ ทำหน้าแบบเป็นจุดจ้ำ ๆ ๆ เหมือนโดนคนชกมา  
        หลังจากนั้นก็ไปสู่ห้องพัก รู้สึกเหมือนคนมีกะตังค์ไงไม่รู้เลย ได้อยู่ห้อง VIP ด้วย ก็สบายจริง ๆ แหละ มีคนเอา
ยา เอาอาหารมาให้ วัดไข้ วัดความดัน เฮ้อ ๆ ๆ ถือว่าเป็นอาทิตย์พักผ่อน แถมตังค์ไม่ต้องจ่ายเองทั้งหมด ประกันจ่าย
ให้ 80% ก็เอาไปเบิกบริษัทอีก ถ้าไม่มีประกันคงซีดแหละ ผลสรุปจากคุณหมอก็แค่ กระเพาะอักเสบ ให้ยามากิน
แต่ก็ทำให้สบายใจว่า กระเพาะสีชมพูของเรา ไม่ได้เป็นอะไรมากมาย
 
ขอบคุณเพื่อนสาวมากจ๊ะ ที่ยอมนอนหลังคดหลังแข็งเป็นเพื่อน
August 25

ข้าวบ้าน

เกือบ 1 เดือนแล้วที่ต้องกระเด็นออกไปอยู่นอกบ้าน กำลังอยู่ในช่วงปรับตัวอยู่ 
แต่ก็มีหลาย ๆ สิ่งที่ทำให้ได้เรียนรู้ แต่ก่อนไม่เห็นความสำคัญของ ข้าวที่บ้าน
แต่ในวันนี้เริ่มรู้แล้ว ว่าไม่มีข้าวที่ไหนอร่อยเหมือนข้าวที่บ้าน ไม่มีกับข้าวที่ไหน
อร่อยเหมือนรสแม่ ข้าวข้างนอกบ้าน ที่แสนจะแพง แล้วก็ไม่อร่อย
 
เงินที่จ่ายไปดูมันหมดเร็วซะเหลือเกิน เพิ่งจะรู้ว่าไอ้ที่เคยบอกว่า อยู่เองได้
เวลามันเหงา เหงาจับใจเลย....
 
July 08

อยู่ที่เรียนรู้ และ ยอมรับมัน

เมื่อวันที่ชีวิต เดินเข้ามาถึงจุดเปลี่ยน จนบางครั้งคนเราไม่ทันได้ตระเตรียมหัวใจ
ความสุขความทุกข์ ไม่มีใครรู้ว่าจะมาเมื่อไหร่ จะยอมรับความจริงที่เจอได้แค่ไหน

เพราะชีวิตคือชีวิต เมื่อมีเข้ามาก็มีเลิกไป
มีสุขสมมีผิดหวัง หัวเราะหรือหวั่นไหว เกิดขึ้นได้ทุกวัน

อยู่ที่เรียนรู้ อยู่ที่ยอมรับมัน ตามความคิดสติเราให้ทัน
อยู่กับสิ่งที่มีไม่ใช่สิ่งที่ฝัน และทำสิ่งนั้นให้ดีที่สุด

สุขก็เตรียมไว้ ว่าความทุกข์คงตามมาอีกไม่ไกล จะได้รับความจริงเมื่อต้องเจ็บปวดไหว

เพราะชีวิตคือชีวิต เมื่อมีเข้ามาก็มีเลิกไป
มีสุขสมมีผิดหวัง หัวเราะหรือหวั่นไหว เกิดขึ้นได้ทุกวัน

อยู่ที่เรียนรู้ อยู่ที่ยอมรับมัน ตามความคิดสติเราให้ทัน
อยู่กับสิ่งที่มีไม่ใช่สิ่งที่ฝัน และทำสิ่งนั้นให้ดีที่สุด

อยู่ที่เรียนรู้ อยู่ที่ยอมรับมัน ตามความคิดสติเราให้ทัน
อยู่กับสิ่งที่มีไม่ใช่สิ่งที่ฝัน และทำสิ่งนั้นให้ดีที่สุด

อยู่ที่เรียนรู้ อยู่ที่ยอมรับมัน ตามความคิดสติเราให้ทัน
อยู่กับสิ่งที่มีไม่ใช่สิ่งที่ฝัน และทำสิ่งนั้นให้ดีที่สุด

อยู่กับสิ่งที่มีไม่ใช่สิ่งที่ฝัน และทำสิ่งนั้นให้ดีที่สุด

 

อีกไม่นานจะต้องออกจากบ้านหลังที่เคยอยู่มาเกือบ 30 ปี ถึงปากจะบอกว่า ไม่เป็นไร แต่ในใจนั้นไม่ใช่เลย

บางสิ่งไม่เคยคิดที่จะเกิดขึ้นได้ แต่ก็เกิดขึ้นแล้ว คงทำได้ดีที่สุดว่า เรียนรู้และยอมรับมัน คงทำได้เท่านี้เอง

 


May 27

เกาะเกร็ด

Koh-Kred

 เป็นวันเสาร์ที่ตื่นแต่เช้าตะรุดตุ๊ดตู่อีกแล้ว เนื่องด้วยต้องไปหาหมอ อย่าเพิ่งตกใจไป ไม่ได้เป็นอะไร ไปหาหมอในที่นี้คือ
"หมอดู" หมอไพศาลค่ะ เนื่องด้วยเพื่อสาวจะได้ข่าวมาว่า คนที่ไปดูมาตรงมาก ๆๆ ตอนแรกก็ไม่ค่อยมีตังค์ไม่อยากไปดู
แต่เพื่อนสาวผู้ใจดีก็ให้ยืมก่อน แล้วอยากรู้ด้วยว่าปัญหาตอนนี้ในเมื่อมันไม่ทางออก จะทำอย่างไรดี รายละเอียดไม่เล่าให้ฟังนะ
ไว้ใครอยากรู้หลังไมค์แล้วกัน หลังจากนั้นก็เดินทางไปซื้อของที่โลตัสแถว ๆ นนทบุรีเพื่อซื้อของไปให้น้อง ๆ ที่บ้านเฟื่องฟ้า
 
       
                        ที่บ้านเฟื่องฟ้า                                              เขียนรายละเอียดเกี่ยวกับของที่นำไปให้น้อง ๆ
           
หลังจากนั้นก็ออกเดินทางไปยังเกาะเกร็ด เนื่องจากได้ดูรายการทีวีว่ามีของไทย ๆ ยังอยู่อีกเยอะเช๋นดอกไม้ทอด หรือ ข้าวแช่
ซึ่งหากินยากแล้ว การเดินทางนั้นง่ายมากค่ะ จอดรถไว้ที่วัดสนามเหนือ แล้วก็นั่งเรือข้ามไปยังฝั่งเกาะเกร็ด ค่าเรือก็แค่คนละ 2 บาทเอง  
                
    
                          ง่ายสำหรับคุณ                                                                    รอเรืออยู่จ้า 
 
ข้ามเรือเสร็จแล้วก็ต้องรีบเดินหาที่ร่มกันเพราะฤกษ์ดีมาก แดดร้อนเปรี้ยง ๆ เลย อยากกินข้าวแช่แล้ว แต่ต้องเดินไปอีกหน่อย
อย่าแรกที่เจอนั่นก็คือ ดอกไม้ทอด มีดอกอัญชัญ ดอกเข็ม ดอกลีลาวดี แล้วกุ้งทอด เห็นนางฟ้าทอด ผักบุ้งทอด และที่ลืมไม่ได้
คือ ทอดมันหน่อกะลา และป้าที่ขายก็ใจดีมาก ๆ คือ สังดอกไม้ไปแล้วก็ลืมสั่งทอดมัน กะจะเพิ่มแต่ป้าบอกว่า ไม่ต้องลูก ป้าแถม
พวกเรามีแบงค์พัน ป้าไม่มีทอน ป้ายังใจดีให้เรากินกันไปก่อนแล้วเดี๋ยวค่อยเดินมาให้ป้าตอนขากลับก็ได้ แหมใจดีสุด ๆ ค่ะ
 
         
                   ขายถุงทองกะโสร่ง                             ร้านขายของแฟนฉัน                             ขายน้ำพร้อมโอ่งด้วย            
 
             
                ข้าวแช่แสนอร่อย                                  แค่เห็นข้าวก็เย็นแล้ว                                กินกันซะเปรม อายค่ะ
 
กินเสร็จ ก็เห็นสิ่ง ๆ นึง ล่อตาล่อใจพวกเราอยู่ฝั่งตรงข้าม นั่นก็คือ ไอติมกะทิสด ซึ่งมีข้าวเหนียวดำด้วย ถ้าใครไม่เอาข้าวเหนียวนะ คนขายจะ
ประณามมาก ๆ  เขาจะคุยว่าข้าวเหนียวเขาอร่อยมาก ๆ แต่ที่น่าภูมิใจสำหรับคนภูมิปัญญาชาวบ้านก็คือ ภาชนะที่ใช้ใส่คือ กระทงค่ะ
ไอ้เราก็ยืนกินซะ กินเอากินเอา รอเพื่อนสั่งให้เสร็จ แล้วมันก็เหลืออยู่ครึงเดียว พี่เขาก็ถามว่าเติมม่ะ เราหรือ ความเกรงใจก็คือสมบัติของผู้ดีน่ะ
แต่ ว่า..... มันอร่อยน่ะ จะพลาดได้ไง
 
             
               พี่ใจดีค่ะ ตักอยู่นั่นแหละ                กระทงใบตอง แซมด้วยดอกกล้วยไม้               น้ำกระเจี๊ยบกับน้ำลูกตาล
 
หลังจากนั้นก็เดินดูของไปเรื่อยแหละ แล้วก็มาสะดุดกะปลาที่ขายเอาไว้ปล่อย และ ได้ความรู้มาอีกอย่างหนึ่งว่า เวลาปล่อยปลาเนี่ย
เขาห้ามปล่อยลงแม่น้ำ เพราะปลาจะตายหมด อันนี้ไม่รู้ทำไมแต่คนแถวนั้นเขาบอกมาน่ะ ให้ปล่อยลงคู คลอง
 
             
       เสื้อขาวปล่อยปลาเพื่อให้นกกลับมา          เสื้อน้ำตาลปล่อยปลาเพื่อ.....                     คลองที่เราปล่อยน้องปลากัน
 
แต่พอกลับมาที่บ้านถึงรู้ว่า ถ้าเราปล่อยปลาอะไรแล้วเหมือนกับเราให้ชีวิตเขาไปแล้ว ก็ไม่ควรจะกินเขา ไอ้ที่ปล่อยไปเนี่ยคือ ปลาดุก กะหอยขม
เนื่องจากว่า เรากลัวปลาไหลน่ะ ตัวยาว ๆ รู้งี้ จะปล่อยปลาไหลซะแล้ว ต่อไปนี้ก็กินยำปลาดุกฟู หรือ ปลาดุก น้ำปลาหวาน แกงหอยจุ๊บ ไม่ได้แล้ว
 
สรุปว่าทริปนี้เป็นการเที่ยวถึงจะไม่ไกลแต่ได้เห็นของเดิม ๆ ที่ยังคงอยู่กับสังคมไทย ซึ่งเป็นสิ่งที่เราชอบมาก ๆ ดีกว่าการไปเดินห้างอีก 
ได้อยู่กับชีวิตไทย ๆ ทำให้เรามองกลับไปว่า จริง ๆ แล้ว ความสุขแค่นี้ จริง ๆ ก็อยู่ได้ บางทีชีวิตมันก็ต้องการแค่นี้แหละ.....
 
Many Thanks For ......
      Cherry & Moo...
            They take care me just like. I'm sister. Many think they do it for me. I want to say " Thank you so much "
 
 
April 16

Cha-Um on 13 - 14 April

ปกติวันสงกรานต์ก็จะไม่ค่อยออกไปต่างจังหวัด แต่คงเป็นในรอบ ๆ หลายปีมากแล้วจริง ๆ ก็ไม่ค่อยมีตังค์นะ แต่ว่าก็มีโครงการที่จะไปทะเลแบบไปคนเดียว
แต่ก็อย่างว่านะ ไปกับเพื่อนก็น่าจะดีกว่าจิงม่ะ
 
เริ่มต้นการเดินทางด้วยจากกรุงเทพ - ชะอำ ตั้งแต่ 6 โมงเช้า ก็ถือว่าขับไปได้เรื่อย ๆ นะ ถึงจะเป็นวันที่ 13 ก็เถอะ คงเพราะเป็นถนนที่ไม่ค่อยคับคั่งเหมือนกับถนนที่จะไปทางด้านเหนือหรืออีสาน ถึงที่พักก็ประมาณ 10 โมงเช้า ที่ตลกมากก็คือ ที่พักที่เราพักเนี่ยติดกับบ้านมนชเล ซึ่งเป็นที่พักของ office
จัดของเข้าที่พักเสร็จก็เริ่มอยู่กันไม่ได้เพราะ อาการร้อนมาก ๆ เลยคิดกันว่าจะกินเที่ยงที่ไหนดีเนี่ย ขับรถไปเรื่อย ๆ ก็เลยได้ข้อสรุปว่า
กินที่ Royal Huahin เจอรถกท.กรุงเทพจอดอยู่เยอะมาก คาดว่าคนที่จะมาเดินเทียวกัน
 
     
         ด้านล่างของ Royal HuaHin                         มี Pizza ด้วย                          นักท่องเที่ยวยังไม่เยอะเท่าไหร่
 
หลังจากนั้น ก็ไปเดินตลาดโต้รุ่งกัน เป็นธรรมเนียมของกลุ่มเราที่อาหารมื้อแรกจะต้องแพงก่อน แหม คนเราก็ต้องโง่มาก่อนฉลาด จิงม่ะ
พวกเราก็เลือกร้านอาหารทะเลดูแล้วคนเยอะ น่าจะอร่อยนะ พอดีมีที่ว่าง อาหารที่พวกเราสั่งกันก็มี เนื้อปูผัดผงกระหรี กุ้งอบวุ้นเส้น และ
โป๊ะแตก ค่าอาหารออกมา 600 กว่าบาท เอาเรื่องอยู่เหมือนกัน พอกินอิ่มเสร็จก้เดินเข้าไปกันต่อ ปรากฎว่ามีผัดไทยที่ออกทีวีด้วย
ก็เลยตกลงกันว่า เดี๋ยวพรุ่งนี้เย็นเราจะมาลองกันใหม่ ก็สรุปก็กลับกันด้วยความอิ่มและก็นอนหลับฝันดีจ๊ะ สำหรับคืนแรก
 
เริ่มด้วยเช้าวันต่อมา ก็ตกลงกันว่าจะไปดูอะไรกินที่สะพานปลา ดูรูปกันเอาเองนะ เดี๋ยวค่อยเล่าต่อ
 
     
        เดี๋ยวจะเห็นพระอาทิตย์                               บรรยากาศยามเช้า                              เห็นมนชเลด้วย
 
       
               อืม อาหารเช้า โอ้ย หิว                          ทะเล มีคลองด้วย                            บรรยากาศของสะพานปลา
 
       
           ได้กลิ่นกาแฟมั้ยเชอรี่                           ปาท่องโก๋ มากกว่านะโอ๋                         Mom เอาเงินมาจ่ายซะดี ๆ
 
       
           รับปรุงสำเร็จให้ด้วย                           วิธีการรักษาความสดให้กับปู                    สะพานอันแค่นี้ ทั้งรถทั้งคนวิ่งกัน
 
ตอนแรกมีโครงการที่จะเอาไปทำกันเอง อุตสาห์เตรียมพริก มะนาว กระเทียมกะว่า งานนี้จะโชว์ฝีมือเอง แต่ว่า ไหน ๆ เขาก็มีที่รับทำให้แล้ว
ก็ถือว่าเป็นการกระจายรายได้ในสังคมก็แล้วกันนะ ดังนั้นอาหารเช้าของเราก็คือ อาหารทะเลที่ได้กันจากสะพานปลาเนี่ยแหละ กินกันตั้งแต่
เช้าเลย แล้วก็ตบท้ายด้วยมะม่วงน้ำปลาหวาน แล้วก็นอน ความสุขจริง ๆ เลย ตกบ่าย ๆ เราก็ขวนขวายวิธีที่จะ online ผ่าน bluetooth 
เพราะซื้อ package จากกรุงเทพมาแล้ว อีกอย่างหนึ่งที่พักก็ไม่มี TV ให้ดู ก็เลยไปราวี call center มา พอ set ได้เสร็จ 
ก็บ้าพลังเดินไปเที่ยวกันข้างนอก Request อย่างหนึ่งก็คือ อยากไปนั่งร้านกาแฟ ทีในเรื่อง บัวปริ่มน้ำมาถ่ายที่ร้านนั้น ก็ได้รูปมานี่แหละ
                   
       
              ตุ๊กแก ติดข้างฝา                               บรรยากาศนอกร้าน                                 Coffeeeeee
 
       
              ถนนที่หัวหิน Classic                              สองนางแบบ                                      รักแกว่ะ
 
       
                   เราสามคน                                 ยิ้มหวาน เย็น ๆ ใจ                                   ยิ้มพิมพ์ใจ
 
พอนั่งพักเย็น ๆ ใจ แล้ว ก็ไปกินข้าวกันต่อที่ตลาดโต้รุ่ง มื้อนี้ กินทั้งผัดไทย อร่อยมาก ๆ ชื่อว่าผัดไทย รศ.102 และเก๊าะหมูสะเตะ
หมดไปอีก 1 วันแล้ว รุ่งเช้าก้เตรียมตัวไปเที่ยวกันต่อจุดหมายของเรานั่นคือ พระราชวังมฤคทายวัน ซึ่งวันนั้นอากาศร้อนมาก เอาไว้
ดูรูปกันเองนะจ๊ะ ที่ Photo นะจ๊ะ
April 08

เมื่อสาวโสดอยากเที่ยว

วันนี้เป็นวันที่ตื่นมาแล้ว เกิดอาการปวดหัวโครต เนื่องด้วยเมื่อคืนที่ผ่านมาได้เกิดแก๊งค์สาวโสดอยากเที่ยว
อันที่จริงก็มีไม่โสดอยู่หนึ่งคู่ แต่ก็เอาน่ะ ถือว่าเป็นผู้ปกครองพาไปเที่ยวแล้วกัน.....
 
เริ่มต้นด้วย
 
อุ้ม : เฮ้ยโอ๋ ไปเที่ยวกัน ....
โอ๋ : ????? ที่ไหนว่ะ
อุ้ม : ยังไม่รู้เลยว่ะ โหวต  ๆๆๆๆ กันก่อน
โอ๋ : ยังไงก็ได้ แต่ให้ซาดองโยจบก่อนแล้วกันนะ
อุ้ม : โอเช
 
เวลาผ่านไป จนเกือบ 3 ทุ่ม ก็ไร้วี่แวว กะจะเตรียมตัว อาบน้ำ กินนม นอน.....
 
โอ๋ : ตกลงแม่ตัวดีไม่ไปแล้วใช่มั้ย
เชอรี่ : เนี่ยมันกำลังขับรถมาบ้านฉันเนี่ย .....
 
โอ๋ : ???????
 
สุดท้ายก็เฮละว้า กันไป แต๋น แต๋นแต้น RCA
ตายแล้ว ป้า ๆ จะไปเที่ยว RCA เลือกร้านกันไปเลือกร้านกันมาก็มาจบที่ Slim
ฝั่งด้าน Stage อันเป็นที่รวมรวมเพลงเก่า ๆ ให้เราได้ฟัง
 
งานนี้ไม่ได้กินเยอะเลย แค่ Henigen + Smirn Off แต่สงสัยร้างราจากวงการนี้มานาน
ทำให้ตื่นขึ้นมา ก็ปวดหัวโครต แค่นั้นเอง
 
ก็ถือเป็นอีกวันที่ทำตัวได้ เฮ้อ ก็ไม่รู้เหมือนกันว่าอารมณ์ไหนเนี่ย
คงเป็นนาน ๆ ที ที่ได้ปลดปล่อยผีบ้า ที่อยู่ในตัวออกไป.....
แต่ไปกะเพื่อน ๆ ที่ไว้ใจได้ คงไม่เป็นไรหรอก เนอะ..... เพราะก็ไม่ได้ไปกะคนแปลกหน้านิเนอะ
 
 
March 29

Data Structer ไม่หลอนแล้ว

ว่ะ ฮ่ะ ฮ่ะ ฮา
 
ไม่ต้องตกใจไปว่า เป็นอะไร แค่อาการของคนดีใจเยอะ ๆๆๆๆๆๆๆ เท่านั้นเอง
สืบเนื่องมาจาก ย้อนไปสัก 3 - 4 topic คือ Data Struc จอมหลอนนั้น
ก็เรียนไปซะ 2 รอบ ก็ทำใจแป๋วเหมือนกัน เพราะ คะแนน Midterm ก็ได้มาแค่ครึ่งเดียว
สอบหลังจากนั้น ก็คะแนนย่ำแย่ อีกตั้ง 50% แนะ ถึงจะผ่าน แต่เอาก็เอาว่ะ
ถึงจะได้แค่ B- ก็ยังดีว่าจะต้องเรียนอีกรอบจริงม่ะ ตังค์ก็ไม่ค่อยจะมี
 
ในที่สุด หุ หุ ฮ่ะ ฮ่า
ก็............................... ผ่านจนได้
 
กรี๊ดวี๊ดว้ายตายสลบค่ะ เย้ ๆๆๆๆๆ
 
 
วันนี้ก็มีเรื่องดี ๆ มาคือ กิจกรรมที่เป็นการรวมกลุ่มกะเพื่อน ๆ
เป็นการออกกำลังกายอย่างหนึ่ง คือ การตีแบดนั่นเองค่ะ
 
 
ตีไม่ค่อยจะเป็นนะค่ะ แต่อุปกรณ์ ลงทุนใหม่ทังชุด ทุกอย่างต้อง perfect
ตีฝีมือ ไม่ได้เรื่อง ....... แต่ทุกอย่าง perfect.......
March 09

เพื่อนเท่านั้น

เพื่อนเท่านั้น
แค่เพื่อนเท่านั้น
เพิ่งรู้จริง จริง
เธอคิดอย่างไง
กับสิ่งที่คิด ที่อยู่ในใจ
ไม่ได้เป็นไป อย่างที่ คิดเลย
ก็เพิ่งได้รู้ รู้ความ เป็นจริง
ว่าเราเป็น แค่เพียง เพื่อนกัน
เพื่อนเท่านั้น เธอบอกอย่างนั้น
เท่านั้นจริง จริง จำไว้ในใจ
ที่ผ่านมานั้น ที่เคยเข้าใจ
ฉันคิดไปเอง อยู่เพียง ข้างเดียว
แต่เมื่อได้รู้ รู้ความ เป็นจริง
ฉันจะทำอย่างไร ต่อไป
ต่อจากนี้เมื่อเจอเธอ
จะทำอย่างไง
จะให้คบ อย่างไร ได้อย่างเดิม
จะให้ยิ้ม ให้พูดกัน
เหมือนดัง เป็นคนเดิม
ฉันจะทำอย่างนั้น ได้อย่างไร
ต่อจากนี้จะมองตากับเธอได้ไหม
จะมองหน้าเธออย่างไร
ได้เหมือนเคย
เมื่อได้รู้ ว่าเธอนั้น
ไม่มีใจกันเลย
ฉันจะทำอย่างไร ต่อไป
ยังไม่รู้เลย
ก็เพิ่งได้รู้ รู้ความ เป็นจริง
ว่าเราเป็น แค่เพียงเพื่อนกัน
ต่อจากนี้เมื่อเจอเธอ
จะทำอย่างไง
จะให้คบอย่างไร ได้อย่างเดิม
จะให้ยิ้ม ให้พูดกัน
เหมือนดัง เป็นคนเดิม
ฉันจะทำอย่างนั้น ได้อย่างไร
ต่อจากนี้จะมองตา กับเธอได้ไหม
จะมองหน้าเธออย่างไร
ได้เหมือนเคย
เมื่อได้รู้ ว่าเธอนั้น
ไม่มีใจกันเลย
ฉันจะทำอย่างไร ต่อไป
ยังไม่รู้เลย
 
โล่งอกเหลือเกินที่ทำใจได้ ยังไงก็เพื่อนนิเนอะ ความสัมพันธ์ที่ไม่มีวันเปลี่ยนแปลง

March 08

Data Struc จอมหลอน

เมื่อวานไปสอบมาแหละ เป็นการสอบที่หลอนมาก ๆ เข้าใจแล้วว่า ไอ้อาการกลัวอะไรบางอย่าง แล้วจนกระทั่งหลอนเนี่ย
ข้อสอบก็มีบางข้อที่ทำได้ เตรียมตัวมาเป็นอย่างดี แต่บางข้อก็ เฮ้อไม่อยากจะพูดถึงมันเลย
ไอ้การเรียนปริญญาโทเนี่ย คือเขาฝึกให้ค้นคว้า วิเคราะห์คำตอบ แต่.......
อย่างอาการนี้น่ะ มันไม่ไหวจริง ๆๆๆๆๆๆ
 
สู้ตายค่ะ
January 24

เด็กขึ้อิจฉาคนหนึ่ง อยากขอโทษ.......

มีเรื่องมาเล่าให้ฟังอีกแล้ว.......
เมื่อเช้านี้ก็อาบน้ำแต่งตัวตามปกติ ว่าจะใส่เสื้อสีส้ม แต่นึกยังไงก็ไม่รู้ หยิบเสื้อบริษัทมาใส่ กะ กางเกงสีเทา สรุป เทาหม่น ๆ ทั้งชุด
แล้วก็ไปทำงานตามปกติ วันนี้เกือบสาย แต่ไม่สาย พอรูดบัตรก็เจอน้องในฝ่าย บอกว่า คุณแม่พี่ในฝ่ายคนนึงเสียแล้ว
 
เราตกใจมากเลย ถึงจะมีบางทีที่จะไม่ชอบพี่คนนี้ คนง่าย ๆ อาจจะทั้งรักทั้งเกลียดเลยก็ได้ คงอิจฉามากกว่า
ที่เขาเป็นผู้หญิงที่น่าทะนุถนอม ที่ใคร ๆ คอยห่วง น่ารัก โนเนะ ผู้หญิงเรียบร้อย อ่อนหวาน ใคร ๆ ก็อยากเข้าใกล้
 
ผิดกะเรา ที่เป็นผู้หญิงแข็งแรง ไม่ค่อยสะทกสะท้านกะเรื่องอะไร ทุกอย่างชอบพูดว่า ไม่เป็นไร หนูดูแลตัวเองได้
พูดจาตรงไป ขวานผ่าซาก ปากเสีย คิดอะไรก็พูดไปอย่างนั้น ใคร ๆ ก็ไม่อยากเข้าใกล้
 
ก็ยอมรับ อาจจะอิจฉา และ หมันไส้ มาตลอด บางทีก็แสดงอาการ ปึงปัง พูดจาแรง ๆ ใส่ คือแสดงว่าเรากะเขาน่ะ คนละแบบ
แต่มาวันนี้ ตั้งแต่ที่รู้เรื่อง ไอ้ความรู้สึกที่เคยรู้สึกตลอดมา มันหายไป ยิ่งไปเห็นสภาพเขาแล้ว ยิ่งคิดว่าสิ่งที่เคยอิจฉามาตลอดนั้น
จริง ๆ แล้ว ไม่ควรเลย ทั้ง ๆ ที มีคนเคยเตือน แต่เราก็ไม่เคยฟัง มันกลับทำให้จิตใจยิ่งต่ำลง คนที่จะคบและจริงใจกะเรา ก็น้อยลง
เหลือแต่คนที่เขาเข้าใจเรา ไม่กี่คน
 
ก็ไม่กล้าเขาไปบอกเขาตรง ๆ นะ แต่อยากบอกว่า "หนูขอโทษจริง ๆ ค่ะ ขอโทษ" รู้สึกผิดมาก ๆ เลย
January 21

Hurt My Foots

Hurt My Foots แปลเป็นไทย แบบฉบับเราว่า เจ็บส้นตีน ค่ะ
 
ตั้งแต่วันเสาร์ ก็เริ่มด้วยการตื่นเกือบสาย ๆ แล้วก็ไปทำผมขอสวยหน่อยค่ะ เนี่องด้วยจะไปงานรับปริญญาเจ้านาย
กะเพื่อนที่ ABAC ก็เดินทางด้วยรถใต้ดิน ตั้งแต่มีระเบิดเนี่ยทำให้ คุณ รปภ. ของรถใต้ดินเนี่ย ตรวจตราของ
เช่นบางรายเนี่ย ก็ตามธรรมเนียมนะ ก็ห่อของขวัญจะให้บัณฑิตใหม่ มาเป็นกล่อง แต่คุณ รปภ. ก็สั่งให้แกะ
โดนกันไป ส่วนอิฉันเนี่ย ขอเอาไปหาให้หน้างานก็คงจะมีนะค่ะ
 
ไปถึงก็ต้องโทรหาแต่ละคนว่าตอนนี้ยังอยู่ใช่มั้ยจะได้ซื้อของให้ครบคนเลย แต่ปรากฎว่า โทรศัพท์ฉัน
ไม่มีสัญญาณค่ะ ทำไงดี ก็ลองปิดเครื่องแล้วเปิดใหม่ ก็พอใช้ได้ วิธีนี้ แต่กว่าจะโทรติดก็หลายครั้งมาก ๆ เลย
เฮ้อ เห็นแล้วก็อยากรับเร็ว ๆ มั่งจัง กะเอาไว้สักปี 51 แล้วกัน
 
ส่วนวันนี้ก็ไปเที่ยวตลาดน้ำตาพญา กะ ดอนหวายมา shop กระจายกันอีกแล้ว
มันอดไม่ได้นี่นา.....
 
เป็นที่มาว่าทำไม ดิฉันถึงเจ็น ส้น Teen ค่ะ
January 17

อยากบ่น

มีเรื่องเอามาบ่นให้ฟังอีกแล้ว ................................
กำลังอยู่ในอารมรณ์ SaaaaaaaaaaaaaaaaaaaaaaaaaD มาก
โค ตะ ระ มาก ๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ
 
เป็นเรื่องเก่า ๆ เดิม ๆ อีกนะแหละ
วันนี้กระโดดงานเพราะว่ามีสอบ โทรไปลา ก็โดนมานิด ๆ ก็เป็นความผิดเราด้วยแหละ ที่จะหยุดแล้วไม่ถ่ายงานให้คนอื่น
จะได้ทำต่อไว้ ก็มันยังคิดม่ะออกนิว่า จะลาหรือเปล่า แต่ก็นะ ก็ยอมรับโดยดุษฎี
 
แถมวันนี้มีบ้านก็อยู่ม่ะได้ ด้วยเหตุผลบางประการ ก็เลยต้องไปอยู่ที่มหาลัย จะเข้าไปเก๊าะเจอเหตุการณ์
รปภ.ของมหาลัย น้อง ๆ หยุดก่อน เราก็งง ไรว่ะ MBA ป่าว ก็บอก ป่าวค่ะ Master
รปภ. MBA กะ Master ไม่เหมือนกันเหรอ อ้าว เวงแล้วไง
รปภ. ขอดูบัตร ขณะนั้น ของเต็มมือ งั้นพี่ก็ช่วยหนูถือหน่อยแล้วกันนะค่ะ
 
หา  ๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ หาม่ะเจอ
งั้นถ้าหายก็ไปทำใหม่แล้วกันนะ
 
ต้องมีดิ ก็เลยไปหาจากในกระเป๋าสตางค์ ซึ่งมีแต่ slip บัตรเครดิต
ก็เจอ เดินกลับไปอย่างมาดมั่น
 
พี่ ๆๆ หนูมีบัตรก็แสดงว่า หนูเข้าได้แล้วใชม่ะค่ะ
น้องไปหาเจอจากไหนเนี่ย
 
ไรว่ะ ก็เข้าใจนะค่ะ เขาทำตามหน้าที่
 
เรื่อง Sad ก็คือ อุตสาห์กระโดดงานก็แล้ว อ่านจนเดินสะดุดเป็น Text ก็แล้ว
ก็ยังทำไม่ได้อีกจนได้ ....... ก็พยายามอย่างเต็มความสามารถแล้ว
 
เหมือนกะเรื่องงานนะแหละ บางทีก็ตั้งใจอยากที่จะทำออกมาให้ดีที่สุด
มีวิธีใหม่ ๆ ก็ใช้ ไม่พยายามยึดมันว่ามันต้องมีวิธีเดียว
แต่สุดท้าย ก็ยังไม่ดีพอ กลายเป็นว่า ทำงานช้า แค่นี้ก็ยังทำไม่ได้
 
ก็เลยเป็นที่มาของคำถามว่า ควรที่จะพยายามต่อไป หรือ ว่าหยุดเถอะ ในเมื่อมันทำอะไร
ออกมาก็ไม่ดี แล้วจะทำแม่งไปทำไม
 
เอาใจเขามาใส่ใจเรา ถ้าเราเป็นนายจ้าง ก็คงไม่อยากได้ลูกน้องแบบนี้หรอก จิงม่ะ
เข้ามาอ่านแล้วม่ะต้องตกใจนะ อารมณ์นี้จริง ๆ
 
So เซ็ง
 
 
 
 
There are no music lists on this space.
There are no photo albums.
No list items have been added yet.